วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ดาวเคราะห์ เคปเลอร์-22บี

ดาวเคราะห์ เคปเลอร์-22บี (Kepler-22b) คาดเป็นมนุษย์ต่างดาว



 
นาซ่า แถลง ตรวจเจอแสงเคลื่อนที่ได้ บนดาวเคราะห์ เคปเลอร์-22บี (Kepler-22b) คาดเป็นมนุษย์ต่างดาว
 องค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ของสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงข่าวยืนยันครั้งแรกเกี่ยวกับการค้นพบ ที่คาดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ เคปเลอร์-22บี (Kepler-22b) ที่อยู่ห่างไปจากโลกประมาณ 600 ปีแสง อีกทั้งยังพบว่ามีแหล่งน้ำ รวมทั้งอุณหภูมิบนดาวเคราะห์ดังกล่าว
โดยกล้องของยานสำรวจอวกาศของนาซ่า ยังสามารถจับภาพแสงสว่างกำลังเคลื่อนที่บน เคปเลอร์-22บี และยังมีร่องรอยเล็กๆ ตามมาหลังจากแสงเดินทางผ่านไป ซึ่ง เชื่อว่าน่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือที่เรียกว่ามนุษย์ต่างดาว 
อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์นาซา ยืนยันว่า วัตถุที่เห็นเป็นผลที่เกิดจากวิธีการประมวลภาพที่บันทึกมาเพียงเท่านั้น
ด้านพีท วอร์เดน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอมส์ ของนาซ่า ในรัฐแคลิฟอร์เนีย กล่าวยอมรับว่า เราได้เข้าไปใกล้ดาวเคราะห์มาก และใกล้ที่จะพบสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์แล้ว
ทั้งนี้เคปเลอร์-22บี (Kepler-22b) อยู่ห่างไปจากโลก 600 ปีแสง ใหญ่กว่าโลกประมาณ 2.4 เท่า โคจรรอบดาวฤกษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย์ และเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยะที่องค์การน่าซ่าค้นพบ
ก่อนหน้านี้ ต้นเดือนธันวาคม นักดาราศาสตร์จากนาซ่ายืนยันการมีอยู่จริงของดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก ในเขตอาศัยได้ (habitable zone) หรือย่านหนึ่งในอวกาศที่ซึ่งดาวเคราะห์คล้ายโลกสามารถดำรงน้ำในสถานะของเหลวได้บนพื้นผิวและสามารถมีสิ่งมีชีวิตคล้ายกับสิ่งมีชีวิตบนโลก ซึ่งโคจรอยู่รอบๆดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่คล้ายๆกับดวงอาทิตย์
 
ภาพเปรียบเทียบวงโคจรของดาวเคราะห์ Kepler-22b กับระบบสุริยะของโลก

โดยดาวเคราะห์สีน้ำเงินดังกล่าวมีชื่อว่า Kepler-22b มีขนาดใหญ่กว่าโลกราว 2.4 เท่า และมีอุณหภูมิประมาณ 22 องศาเซลเซียส นี่ถือเป็นดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงกับโลก ที่ได้รับการยืนยันว่าอยู่ใกล้โลกมากที่สุด อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยยังไม่ทราบว่าดาวเคราะห์  Kepler-22b ประกอบด้วยหิน แก๊ส หรือของเหลว
 
รายงานยังระบุว่า ดาวเคราะห์  Kepler-22b ห่างจากโลกออกไป 600 ปีแสง โดยแต่ละปีแสงคิดเป็นระยะทางราว 944,000 กม. ดังนั้นหากเดินทางไปที่นั่นด้วยกระสวยอวกาศ อาจต้องใช้เวลานานถึง 22 ล้านปี
 
ดาวเคราะห์  Kepler-22b เป็นหนึ่งในดาวเคราะห์จาก 54 ดวง ที่ได้รับรายงานว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับโลกมากที่สุด หรือที่เรียกกันว่า "Earth 2.0" จากการสังเกตโดยใช้กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจากการใช้กล้องตัวอื่นๆเพื่อสังเกต
 
ดาวเคราะห์  Kepler-22b ตั้งอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ของมัน คิดเป็นระยะทางที่น้อยกว่าระยะทางจากโลกไปยังดวงอาทิตย์ของระบบสุริยจักรวาลราวร้อยละ 15 โดยระยะเวลาหนึ่งปีของดาวเคราะห์ดังกล่าวคาดว่ามีทั้งสิ้น 290 วัน

อย่างไรก็ดี ดวงอาทิตย์ดวงดังกล่าวให้แสงสว่างน้อยกว่าดวงอาทิตย์ของโลกราวร้อยละ 25 ซึ่งทำให้ดาวเคราะห์ดังกล่าวมีอุณหภูมิที่ไม่สูงเกินไป ที่สนับสนุนแนวคิดที่ว่าอาจมีของเหลวอยู่บนนั้น และด้วยความดาวเคราะห์ดังกล่าวมีสีน้ำเงิน จึงอาจเป็นการบอกเป็นนัยว่า นั่นคือมีพื้นผิวที่เป็นแหล่งน้ำ สามารถดำรงชีพได้ หรือเป็นเขตเอื้ออาศัยไม่ร้อนหรือไม่หนาวเย็นจนเกินไป
 
ทั้งนี้ ทางนาซ่ามีการเปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมามีการค้นพบดาวดวงใหม่ ที่เปรียบเสมือนโลกแห่งใหม่อย่างไม่น่าเชื่อ แต่การค้นพบดาวเคราะห์สีน้ำเงินในครั้งนี้ เป็นความหวังมากทีเดียวสำหรับมนุษย์ที่จะเห็นสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ มันมีขนาดใหญ่ ประกอบกับมีพื้นหิน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 72 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 21 องศาเซลเซียส ซึ่งจะมีภูมิอากาศคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ
 
ด้านนายอลัน บอส หนึ่งในทีมนักวิจัย จากสถาบันคาร์เนกี้ กล่าวว่าการค้นพบครั้งนี้จะถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร The Astrophysical ว่าเป็นการค้นพบครั้งแรกที่มีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์จะสามารถอาศัยอยู่ได้ ขณะที่นายวิลเลียม บอรุคกี นักวิทยาศาสตร์หัวหน้าโครงการเคปเลอร์ กล่าวว่า เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่และสำคัญอีกครั้งหนึ่งในภารกิจของนาซ่าที่พยายามค้นหาดาวเคราะห์ที่มีความคล้ายคลึงโลก
 

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดวงอาทิตย์


ดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะของเรา ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย และดาวหาง ล้วนแล้วแต่โคจรรอบดวงอาทิตย์ทั้งสิ้น ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่สำคัญยิ่งต่อโลก เช่น ให้พลังงานแก่พืชในรูปของแสง และพืชก็เปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานในการตรึงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นน้ำตาล ตลอดจนทำให้โลกมีสภาวะอากาศหลากหลาย เอื้อต่อการดำรงชีวิต
ดวงอาทิตย์ประกอบด้วยไฮโดรเจนอยู่ร้อยละ 74 โดยมวล ฮีเลียมร้อยละ 25 โดยมวล และธาตุอื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อย ดวงอาทิตย์จัดอยู่ในสเปกตรัม G2V ซึ่ง G2 หมายความว่าดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิพื้นผิวประมาณ 5,780 เคลวิน (ประมาณ 5,515 องศาเซลเซียส หรือ 9,940 องศาฟาเรนไฮ) ดวงอาทิตย์จึงมีสีขาว แต่เห็นบนโลกเป็นสีเหลือง เนื่องจากการกระเจิงของแสง ส่วน V (เลข 5) บ่งบอกว่าดวงอาทิตย์อยู่ในลำดับหลัก ผลิตพลังงานโดยการหลอมไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียม และอยู่ในสภาพสมดุล ไม่ยุบตัวหรือขยายตัว
ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากศูนย์กลางดาราจักรทางช้างเผือกเป็นระยะทางโดยประมาณ 26,000 ปีแสง ใช้เวลาโคจรครบรอบดาราจักรประมาณ 225-250 ล้านปี มีอัตราเร็วในวงโคจร 215 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 1 ปีแสง ทุกๆ 1,400 ปี

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

ดาวเทียมดวงแรกของโลก

ปี ค.ศ.1957 : สปุตนิค 1 ดาวเทียมดวงแรกของโลก ขึ้นไปโคจรอยู่ในอวกาศ การเริ่มต้นของยุคอวกาศ

        วันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1957 ประเทศสหภาพโซเวียต (เดิม) ประสบความสำเร็จชนะสหรัฐอเมริกาในการส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรอยู่ในอวกาศ โดยการส่งดาวเทียมชุดสปุตนิค เริ่มต้นจากสปุตนิค 1 ขึ้นสู่อวกาศ และดาวเทียมดวงแรกของโลกนี้ ก็ขึ้นไปโคจรอยู่ในอวกาศรอบโลกอยู่นาน 92 วัน จึงตกลงสู่บรรยากาศของโลก เสียดสีกับบรรยากาศของโลก ลุกไหม้ไปก่อนที่จะตกลงถึงพื้นโลก

        สปุตนิค 1 มีรูปร่างง่ายๆ เป็นลูกทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 58 เซนติเมตร หนัก 84 กิโลกรัม โคจรรอบโลกหนึ่งรอบกินเวลา 96 วินาที อยู่ในวิถีโคจรเหนือพื้นโลกใกล้ที่สุดที่ระดับความสูง 230 กิโลเมตร ไกลที่สุดที่ระดับความสูง 950 กิโลเมตร

        ความสำเร็จของสหภาพโซเวียตเหนือสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันด้านอวกาศกับสปุตนิค 1 ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาต้องปรับยุทธศาสตร์อย่างหนัก สำหรับการพิชิตอวกาศ


Sputnik Program คือ โครงการส่งยานอวกาศไร้คนขับ ขึ้นสู่วงโคจรของโลก ของสหภาพโซเวียต ซึ่ง สปุตนิกหนึ่ง (Sputnik 1) คือ สุดยอดความสำเร็จในการแข่งขันในการเป็นผู้นำทางด้านอวกาศ ของสหภาพโซเวียต ในยุคสงครามเย็น

รายละเอียดเกี่ยวกับ ดาวเทียม ดวงแรกของโลก

    * สปุตนิก 1 ถือ เป็นสิ่ง ประดิษฐ์ ที่ มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น ชิ้นแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลกสำเร็จ
    * สปุตนิก 1 ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรของโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 1957 โดยใช้จรวด R-7
    * สปุ ตนิก 1 มีรูปทรงเป็น ทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 58 เซ็นติเมตร
    * มี น้ำหนักประมาณ 83.6 กิโลกรัม
    * ดาวเทียมมีเสารับ-ส่งสัญญาณ ทำหน้าที่สำรวจพื้นผิวของโลกและชั้นบรรยากาศ
    * มันโคจรรอบโลกโดยใช้ เวลาประมาณ 96.2 นาที
    * การควบคุม และการติดต่อกับดาวเทียมสปุตนิกใช้สัญญาณวิทยุที่ส่งจาก Jodrell Bank Observatory
    * ความสำเร็จนี้ทำให้อเมริกาต้องขวัญผวา เนื่องจากดาวเทียมสปุตนิกโคจร ผ่านสหรัฐอเมริกา 7 รอบ ในแต่ละครั้งอเมริกต้องหวาดกลัว ว่าทางโซเวียตจะมีการทิ้งระเบิด นิวเครียร์ ลงมาหรือไม่
    * สปุตนิก 1 ปฏิบัติืภาระกิจอยู่ 3 สัปดาห์ และเริ่มโคจรต่ำลงเรื่อยๆ จนหลุดเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ และลุกไหม้เป็นจุลเมื่อวันที่ 3 มกราคม 1958


 
นีล ออลเดน อาร์มสตรอง (อังกฤษ: Neil Alden Armstrong; 5 สิงหาคม พ.ศ. 247325 สิงหาคม พ.ศ. 2555) เป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกัน และเป็นมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์คนแรกของโลก
อาร์มสตรองเกิดที่รัฐโอไฮโอ จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย และเป็นนักบินทดสอบให้กับองค์การนาซามาก่อน เขาได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศเมื่อปี พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) และปฏิบัติภารกิจหลายภารกิจในโครงการเจมินีและโครงการอะพอลโล
พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) เขาเป็นผู้บัญชาการของโครงการโครงการอะพอลโล 11 ซึ่งมีเป้าหมายนำยานไปจอดบนดวงจันทร์ โดยสมาชิกในทีมคือ เอ็ดวิน อัลดริน และไมเคิล คอลลินส์

อวกาศคือ?
          อวกาศคือ บริเวณที่อยู่ไกลออกไปจากโลกจากดวงดาวทั้งหลาย อวกาศเป็นที่อยู่ของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ อวกาศหลาย ๆ อวกาศรวมกันเป็นจักรวาล นักวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายคนเชื่อว่า จักรวาลเกิดขึ้นจากการระเบิดครั้งรุนแรงที่เรียกว่า บิก แบงค์ (big bang) เมื่อ 14 ล้านล้านปีมาแล้ว นักวิทยาศาสตร์ ยังไม่รู้ว่าจักรวาลกว้างให้แค่ไหนเท่าที่ศึกษาได้ จักรวาลนั้นมีขอบเขตมาก

300 ปีแสงในห้วงอวกาศ จักรวาลประกอบด้วยอะตอมมากมาย เมื่อจักรวาลเย็นลง อะตอมเหล่านี้ก็จับตัวกันเป็นอนุภาคต่าง ๆ อะตอมในอวกาศจะรวมเข้าด้วยกันด้วยแรงดึงดูดจากดาวฤกและดาวเคราะห์

ปีแสงเท่ากับ 9,460,000,000 กิโลเมตร ระบบสุริยะเป็นกลุ่มของดาวเคราะห์และดวงจันทร์ที่โคจร
รอบดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ดวงอาทิตย์ของเราเป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ดังนั้นโลกจึงอยู่ในระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ 9 ดวง โคจรรอบดวงอาทิตย์ของเรา ดาวเคราะห์ที่ว่านั้นมีดังนี้ พุทธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัส เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน พลูโต

เเหล่งที่มา หนังสือจักรวาลเเละอวกาศ